98 ปีของชีวิต…แต่หัวใจยังถักทอ “ความสุข” ยายทองติ๊บ กับสองมือที่ไม่ยอมให้ภูมิปัญญาสูญหาย
จากใบตาล…สู่เรื่องราว 98 ปีของชีวิต ยายทองติ๊บ สองมือเหี่ยวย่นที่ยังถักทอภูมิปัญญาไม่ให้เลือนหาย

สองมือยังสาน กระติ๊บใบตาล สืบภูมิปัญญา สร้างรายได้ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
บางครั้ง…อายุอาจทำให้ร่างกายช้าลง แต่ไม่ได้หมายความว่า “หัวใจ” จะต้องหยุดทำงาน
เรื่องราวของ “ยายทองติ๊บ ซาวของ” หญิงชราวัย 98 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ตำบลท่าขุนราม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร คืออีกหนึ่งภาพสะท้อนของคนรุ่นเก่าที่ไม่ยอมปล่อยให้ภูมิปัญญาที่อยู่คู่ชีวิตต้องเลือนหายไปตามกาลเวลา

ทุกวันนี้ หากเดินเข้าไปที่บ้านของยายทองติ๊บ ก็ยังจะเห็นหญิงชราวัยเกือบร้อยปี นั่งอยู่กับกองใบตาล ใช้สองมือค่อยๆ สานเป็น กระติ๊บสำหรับใส่ข้าวเหนียว อย่างคล่องแคล่ว ราวกับมือคู่นี้ไม่เคยรู้จักคำว่า “เกษียณ”
แม้จะอายุ 98 ปีแล้ว แต่ยายทองติ๊บยังมองเห็นลายสานได้ชัดเจน มือยังขยับไปตามจังหวะที่คุ้นเคยมานานหลายสิบปี ในแต่ละวันสามารถสานกระติ๊บได้ประมาณ 3–4 ใบ ก่อนนำออกจำหน่ายในราคาเพียง ใบละ 10–15 บาท

เงินอาจไม่ได้มากมายอะไร แต่สำหรับยายแล้ว สิ่งสำคัญกว่ารายได้ คือการได้มีงานทำ ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และที่สำคัญคือได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก
ยายทองติ๊บเล่าว่า เธอเริ่มสานกระติ๊บมาตั้งแต่ยังเป็นสาว ไม่ได้มีครูมานั่งจับมือสอน แต่ใช้วิธี “ครูพักลักจำ” คอยสังเกตคนอื่นแล้วนำมาฝึกฝนด้วยตัวเอง จากเส้นใบตาลธรรมดาๆ ค่อยๆ กลายเป็นงานจักสานที่มีรูปทรงสวยงามและใช้งานได้จริง

ส่วนใบตาลนั้น ไม่ต้องซื้อหาไกล เพราะลูกหลานจะช่วยกันเก็บมาจาก หัวไร่ปลายนา แล้วนำกลับมาเตรียมให้ยาย
เบื้องหลังงานจักสานของแม่ คือความใส่ใจของลูก
นางแสงจันทร์ ต๊ะสุ อายุ 62 ปี ลูกสาวของยายทองติ๊บ เล่าว่า ทุกครั้งที่ออกไปทำไร่ทำนา หากพบต้นตาลก็จะคอยตัดใบสดกลับมาฝากแม่ นำมาตัดและฉีกตามแนวเส้นใบให้ได้ขนาดพอเหมาะ ก่อนนำไปตากแดดจนแห้งสนิท เพื่อให้ใบตาลมีความเหนียวและทนทาน เหมาะสำหรับนำมาสานเป็นกระติ๊บ
และมีเรื่องเล็กๆ ที่ฟังแล้วอดยิ้มไม่ได้
เพราะถ้าวันไหนลูกสาวออกไปทำไร่ทำนาแล้ว ลืมตัดใบตาลกลับมาให้ ยายทองติ๊บก็จะถามทันทีว่า
“ทำไมไม่ตัดใบตาลมาให้แม่”
เป็นคำบ่นธรรมดาๆ ของแม่คนหนึ่ง แต่สำหรับลูกแล้ว นั่นอาจเป็นเสียงบ่นที่มีความหมาย เพราะมันบอกให้รู้ว่า แม่วัย 98 ปียังอยากทำงาน ยังมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองทำ และยังไม่ยอมอยู่นิ่งๆ
กระติ๊บใบตาลของยายจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องจักสานธรรมดา แต่เป็นทั้ง รายได้เล็กๆ ความสุขของคนทำ และภูมิปัญญาที่กำลังถูกส่งต่อจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
นายประจวบ ชุมภู นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าขุนราม มองว่า ยายทองติ๊บเป็นบุคคลที่มีคุณค่าของชุมชน เพราะแม้จะมีอายุถึง 98 ปีแล้ว แต่ยังใช้สองมือสร้างงาน สร้างรายได้ และรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นเอาไว้
กระติ๊บของยายยังมีชาวบ้านและผู้สนใจแวะเวียนมาซื้อไปใช้ใส่ข้าวเหนียวอยู่เสมอ

ทาง อบต.ท่าขุนราม จึงมีแนวคิดที่จะเชิญยายทองติ๊บมาเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เรื่องการสานกระติ๊บใบตาลให้กับสมาชิกชมรมผู้สูงอายุตำบลท่าขุนราม
เพราะบางครั้ง การอนุรักษ์ภูมิปัญญาไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่โต
แค่ให้คนที่มีความรู้ได้มีโอกาส “เล่าและสอน” และให้คนรุ่นใหม่ได้ “เรียนและทำต่อ” ภูมิปัญญานั้นก็ยังมีชีวิตอยู่
วันนี้…ยายทองติ๊บยังคงนั่งสานกระติ๊บใบตาล
อาจสานได้วันละไม่กี่ใบ
ได้เงินเพียงเล็กน้อย
แต่ทุกเส้นใบตาลที่ถูกถักทอ ล้วนมีเรื่องราวของชีวิตซ่อนอยู่
วัย 98 ปีอาจเป็นเพียงตัวเลข แต่หัวใจของยายทองติ๊บยังคงบอกว่า…ถ้ายังมีแรง ก็ยังทำได้ และถ้ายังมีคนสืบต่อ ภูมิปัญญาบ้านเราก็ยังไม่หายไปไหน ❤️ CR จักรพรรณ ร้องเสียง ทามนิวส์ รายงาน



