อบจ.กำแพงเพชร พบประชาชน ลงพื้นที่ปางตาไว ฟังเสียงชาวบ้าน สู่เครื่องจักรลงมือแก้ปัญหาน้ำถึงชุมชน
เล่าให้ฟัง…จากเสียงชาวบ้าน สู่เครื่องจักรที่ลงมือทำจริง
วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 การลงพื้นที่ของ อบจ.กำแพงเพชร ที่ ที่หอประชุมโรงเรียนเพชรมงคล ตำบลปางตาไว อำเภอปางศิลาทอง มีอะไรน่าสนใจกว่าการประชุมหรือการมารับฟังปัญหาตามปกติ
เพราะครั้งนี้เขาไม่ได้มาแค่ “ฟัง” แต่พยายามเอาปัญหาที่ชาวบ้านพูดถึง ไปเชื่อมต่อกับการลงมือทำให้เห็นกันเลย

นายสุนทร (หมอทร) รัตนากร นายก อบจ.กำแพงเพชร ควง นายจำนงค์ แก้วทองดี อดีต ประธานสภาฯ ลงพื้นที่ร่วมด้วย นายอำนวย ตาวงค์ ปลัด อบจ.พร้อมด้วย นายปพน สอนธรรม นายอำเภอปางศิลาทอง ฝ่ายบริหาร ประธานสภาฯ สมาชิกสภา อบจ. หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ นั่งพูดคุยกัน พูดง่าย ๆ ก็คือ ชาวบ้านมีปัญหาอะไร ก็เอามาพูดกันตรงนั้น สิ่งที่ชาวบ้านสะท้อนออกมา ก็เป็นเรื่องใกล้ตัวที่กระทบกับชีวิตประจำวันโดยตรง ทั้ง เรื่องถนน การเดินทาง แหล่งน้ำ น้ำเพื่อการเกษตร การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สาธารณสุข การศึกษา ตลอดจนเรื่องอาชีพและคุณภาพชีวิต

นี่คือแนวคิดของกิจกรรม “อบจ.กำแพงเพชร พบประชาชน” ที่ต้องการให้เสียงจากพื้นที่ถูกนำกลับไปใช้ประกอบการวางแผนพัฒนาจังหวัด ไม่ใช่ให้ชาวบ้านพูดแล้วเรื่องก็จบอยู่ในห้องประชุม
และที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือ…
วันเดียวกันนั้น เครื่องจักรของ อบจ.ก็ลงพื้นที่ปางตาไวด้วย
ภายใต้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาแหล่งน้ำ และป้องกันแก้ไขปัญหาสาธารณภัย อบจ.นำรถแบคโฮแขนยาว 2 คัน และรถแบคโฮแขนสั้นอีก 2 คัน เข้ามาทำงานในพื้นที่
ภารกิจหลักคือการขุดลอกคลอง กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงปรับปรุงทางไหลของน้ำ เพื่อให้น้ำสามารถไหล กักเก็บ และระบายได้ดีขึ้น

เรื่องน้ำสำหรับชาวบ้าน ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย
มีน้ำ ก็มีน้ำใช้ มีน้ำทำการเกษตร มีต้นทุนในการประกอบอาชีพ แต่ถ้าน้ำไม่พอในหน้าแล้ง หรือทางน้ำมีปัญหา คนที่ได้รับผลกระทบก็คือชาวบ้านโดยตรง
การนำเครื่องจักรเข้ามาทำงาน จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ อบจ.ใช้ศักยภาพของตัวเองเข้าไปช่วยแก้ปัญหา ทั้งการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน ลดปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง และเตรียมพื้นที่ให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์สาธารณภัยที่อาจเกิดขึ้น


ภาพของ อบจ.กำแพงเพชร ที่ปางตาไวครั้งนี้ น่าสนใจตรงที่มันมี “สองภาพ” เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน
ภาพแรก คือ คนในชุมชนพูดถึงปัญหา
ภาพที่สอง คือ เครื่องจักรลงมือแก้ปัญหา
จากห้องประชุมไปสู่คลอง จากเสียงสะท้อนของประชาชนไปสู่การปฏิบัติจริง
แน่นอนว่า การแก้ปัญหาทุกเรื่องอาจไม่ได้ทำได้ทันที เพราะแต่ละเรื่องต้องผ่านขั้นตอน อำนาจหน้าที่ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง แต่สิ่งสำคัญคือ เมื่อหน่วยงานลงไปถึงพื้นที่ ได้เห็นปัญหาจริง ได้ฟังคนที่อยู่กับปัญหาจริง ก็ย่อมทำให้การวางแผนแก้ไขมีโอกาสตรงจุดมากขึ้น
เพราะการพัฒนาท้องถิ่นที่ดี บางครั้งไม่ได้เริ่มจากโครงการใหญ่โต
แต่อาจเริ่มจากการไปนั่งฟังชาวบ้านว่า…
“ตรงไหนมีปัญหา และเขาต้องการให้ช่วยอะไร”
แล้วหลังจากนั้น สิ่งที่ชาวบ้านพูด ก็ต้องถูกนำไปสู่การลงมือทำ
อย่างที่เห็นกันที่ปางตาไวครั้งนี้ครับ
CR ปชส.อบจ. เรียบเรียง KPPNEWS











