“ถ้าไม่กินเหล้า เขาเป็นคนดี” คำพูดจากแม่ หลังถูกลูกชายคลั่งสุรา-ยาเสพติดทำร้าย หน้าตาปูด
ลูกชายคลุ้มคลั่งจากสุราและยาเสพติด ทำร้ายแม่วัย 60 ปีบาดเจ็บสาหัส ก่อนก้มกราบขอขมา ด้านแม่ให้อภัยแต่ยอมให้กฎหมายดำเนินคดี

วันที่ 12 มิถุนายน 2569 พ.ต.อ.สมเกษม จารักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร เปิดเผยถึงกรณีเหตุความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมืองกำแพงเพชร เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้ควบคุมตัว นายฤทธิเดช ว่องไว อายุ 30 ปี มาสอบสวน หลังจากก่อเหตุ ทำร้ายร่างกายมารดาของตนเอง คือ นางมารศรี ว่องไว อายุ 60 ปี จนได้รับบาดเจ็บบริเวณใบหน้าและแขนทั้งสองข้าง

เมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหามาพบมารดาบนห้องสืบสวน นายฤทธิเดชได้ก้มลงกราบเท้าขอขมา พร้อมกล่าวสำนึกผิด โดยยอมรับว่าจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไม่ชัดเจน เนื่องจากอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนัก
การสอบสวนดำเนินการโดย พ.ต.ต.กีรพจน์ จารุทีคำพร สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชร
แม่เล่านาทีถูกลูกชายทำร้าย หลังเตือนเรื่องขับรถเร็ว
นางมารศรี เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ ลูกชายดื่มสุราตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนออกไปดื่มต่อกับเพื่อนที่ห้างนา ห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร กระทั่งช่วงค่ำตนได้โทรศัพท์ให้ลูกชายขับรถจักรยานยนต์มารับเพื่อกลับบ้าน

ระหว่างทาง โซ่รถจักรยานยนต์เกิดขาด ทำให้รถเสียหลักล้มข้างทาง ด้วยความไม่พอใจและอยู่ในอาการมึนเมา ลูกชายจึงเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว
เมื่อแม่กล่าวตักเตือนว่า “ขับรถเร็วแบบนี้ แม่ขอเดินกลับบ้านเอง” นายฤทธิเดชกลับแสดงความไม่พอใจ ใช้กำลังชกต่อยจนมารดาล้มลงกับพื้น พร้อมทั้ง กดคอและบีบคออย่างรุนแรง

โชคดีที่เพื่อนบ้านซึ่งเป็นห่วงและติดตามมาดู เห็นเหตุการณ์เข้าพอดี จึงรีบเข้าช่วยเหลือและห้ามปรามไว้ได้ทัน ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุ
แม่บาดเจ็บหนัก ตาบวมปิด ต้องส่งโรงพยาบาล
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจตำบลนาบ่อคำ พร้อมด้วยผู้นำชุมชนในพื้นที่ ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
จากนั้นได้นำตัวนางมารศรีออกจากจุดเกิดเหตุไปพักรักษาตัวที่บ้านญาติ ก่อนส่งเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลกำแพงเพชร เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บรุนแรงบริเวณใบหน้า โดย ใบหน้าบวมช้ำจนดวงตาข้างหนึ่งปิดสนิท
แม่เผย “รักลูก แต่หากปล่อยไว้คงอยู่ด้วยกันไม่ได้”
นางมารศรี เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายได้ขอเงินจำนวน 300 บาท อ้างว่าจะนำไปเติมอินเทอร์เน็ต แต่เชื่อว่านำเงินไปซื้อสุราและเสพยาเสพติด

พร้อมระบุว่า ลูกชายดื่มสุราหนักกว่าปกติ จนมีอาการคลุ้มคลั่งและขาดสติ
เมื่อถูกถามว่าจะให้อภัยลูกชายหรือไม่ นางมารศรีกล่าวว่า
“ลูกชายเป็นลูกเพียงคนเดียว แม่ก็รัก แต่ถ้ายังเป็นแบบนี้อีก วันข้างหน้าแม่กับลูกคงอยู่ด้วยกันไม่ได้”
เธอยอมรับว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงที่ลูกชายดื่มสุรา แต่หากไม่ดื่มจะเป็นคนขยัน ช่วยทำงานและดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยของตนเอง จึงตัดสินใจแจ้งความและยอมให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ลูกชายรับสารภาพ เสพยาบ้าครึ่งเม็ด ก่อนก่อเหตุ
ด้านนายฤทธิเดช ให้การรับสารภาพว่า ตนดื่มสุราเป็นประจำ โดยทุกเช้าต้องดื่มก่อนรับประทานอาหาร

วันเกิดเหตุได้ดื่มสุราจำนวนมาก และยอมรับว่า ขอเพื่อนเสพยาบ้าประมาณครึ่งเม็ด ก่อนขับรถจักรยานยนต์ไปรับมารดา
ผู้ต้องหาระบุว่า รู้สึกเสียใจและสำนึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับว่า
“จำเหตุการณ์ช่วงลงมือทำร้ายแม่ไม่ได้”
เชื่อว่าสาเหตุเกิดจากฤทธิ์ของสุราและยาเสพติดที่ทำให้ขาดสติ
ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหา ดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้แจ้งข้อกล่าวหา
🔹 ทำร้ายร่างกายบุพการี
🔹 เสพยาเสพติดให้โทษ
ก่อนดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป อุทาหรณ์จากความรุนแรงในครอบครัว




