กรมทางหลวงชนบท ร่วมกับ สส.นพพล ผลอำนวย ชี้แจงประชาชนกรณีความคืบหน้าสะพานวังแขม คาดแล้วเสร็จสิ้นปี 2569

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 10.00 น. ณ โดมอเนกประสงค์หน้าวัดจันทาราม หมู่ที่ 1 ตำบลวังแขม อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง นำโดย นายจิรายุทธ์ ตั้งไพศาลกิจ ผู้อำนวยการกลุ่มบำรุงสะพาน สำนักบำรุงทาง กรมทางหลวงชนบท พร้อมด้วย นายชัยสัมพันธ์ โพธิ์ศรี ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทกำแพงเพชร ช่างควบคุมงาน และผู้ออกแบบโครงการ

ร่วมกับ นายนพพล ผลอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดกำแพงเพชร เขต 3 รวมถึงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังแขม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ลาด กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ได้ร่วมกันจัดประชุมชี้แจงความคืบหน้าและปัญหาอุปสรรค โครงการก่อสร้างซ่อมฟื้นฟูสะพานศรีมงคลวชิรานุสรณ์ (สะพานวังแขม) ในสายทาง กพ.1038 แยกทางหลวงหมายเลข 1 – บ้านวังแขม อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ

โดยโครงการดังกล่าว ซึ่งมี บริษัท ประเสริฐสินคอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้รับจ้าง ปัจจุบัน ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2569 มีผลงานคืบหน้า 75.89% ซึ่งล่าช้ากว่าแผนงานที่ตั้งไว้ 87.26% อยู่ประมาณ 11.37%
ทั้งนี้ สาเหตุของความล่าช้าเกิดจาก ปัญหาอุปสรรคสำคัญทางกายภาพในแม่น้ำปิง ทั้งเรื่องซากโครงสร้างสะพานเดิมที่พังถล่มลงไปใต้น้ำ กีดขวางการก่อสร้างตอม่อฐานรากกลางน้ำ (P18A) อีกทั้งการก่อสร้างฝายกั้นน้ำด้านท้ายน้ำร่วมกับการระบายน้ำของ เขื่อนภูมิพล วันละ 30 – 40 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ระดับน้ำยกตัวสูงขึ้น และเกิดกระแสน้ำกัดเซาะท้องน้ำบริเวณจุดก่อสร้างอย่างรุนแรง


จากเดิมที่ออกแบบไว้ว่าระดับท้องน้ำจะลึกประมาณ 5 – 7 เมตร กลับพบว่าท้องน้ำจริงลึกเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 11 – 12 เมตร ส่งผลให้หากใช้เสาเข็มตอกตามรูปแบบเดิม ระยะจมในชั้นทรายแน่นจะไม่เพียงพอในการรับน้ำหนัก เสาเข็มจะชลูดและไม่มั่นคงแข็งแรง จนต้องมีการสั่งหยุดงานชั่วคราว เพื่อสำรวจและออกแบบฐานรากใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา

สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหานั้น ทางกรมทางหลวงชนบทและทีมผู้ออกแบบ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานบริเวณฐานราก P18A ใหม่ โดยยกเลิกการใช้เสาเข็มตอกเดิม เปลี่ยนมาเป็น เสาเข็มเจาะขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.20 เมตร ความยาว 37 เมตร จำนวน 13 ต้น พร้อมปรับขนาดฐานรากใหม่ให้กว้าง 8.40 เมตร ยาว 20.40 เมตร สูง 2.25 เมตร และจะทำการติดตั้ง โครงสร้างนั่งร้านชั่วคราว (Jetty) สำหรับให้เครื่องจักรลงไปทำงานเสาเข็มเจาะกลางน้ำได้
การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการก่อสร้างครั้งใหญ่ในครั้งนี้ ส่งผลให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อสร้างให้สอดคล้องกับสภาพท้องลำน้ำที่มีความลึกมากขึ้น



ทั้งนี้ กรมทางหลวงชนบทคาดการณ์ว่าจะสามารถเร่งรัดการดำเนินงานทั้งหมดให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ และพร้อมเปิดให้ประชาชนสัญจรข้ามไปมาได้ภายในสิ้นปี พ.ศ. 2569 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการเดินทางและการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป





