“น้ำมันขาด แต่ ‘น้ำใจ’ไม่ขาด”สะท้อนวิกฤตพลังงาน ผ่านคิวตี 3 และน้ำเต้าหู้แก้วหนึ่งของ “เฮียซุป”ปตท.ฮั้วเฮงหลี

“น้ำมันขาด แต่ ‘น้ำใจ’ ไม่ขาด” ภาพสะท้อนวิกฤตพลังงาน ผ่านคิวตี 3 และน้ำเต้าหู้แก้วหนึ่งของ “เฮียซุป”
เช้ามืดวันที่ 19 มีนาคม 2569 ภาพของผู้คนที่ต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 เพื่อมาต่อคิวเติมน้ำมัน กลายเป็นความปกติใหม่ที่เกิดขึ้นหน้า สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ฮั้วเฮงหลี ปิโตรเลียม จังหวัดกำแพงเพชร เสียงเครื่องยนต์ที่ดับรอคิว กับสายตาที่จับจ้องบัตรคิว กลายเป็นสัญลักษณ์ของวิกฤตพลังงานที่กำลังกดทับชีวิตผู้คนอย่างเงียบงัน

ภายใต้ข้อจำกัดวันละเพียง 120 คิว รถยนต์ส่วนบุคคลเติมได้ไม่เกิน 500 บาท และรถบรรทุกไม่เกิน 1,000 บาท นี่ไม่ใช่แค่ “มาตรการบริหารจัดการ” แต่คือการแบ่งสรรทรัพยากรที่ไม่เพียงพอ ท่ามกลางความจำเป็นของคนที่ต้องใช้น้ำมันเพื่อ “อยู่รอด” ไม่ใช่เพียง “ใช้ชีวิต”
เกษตรกรต้องเสียเวลาพักผ่อน เพื่อแลกกับน้ำมันหนึ่งถังที่ยังไม่เพียงพอขับเคลื่อนเครื่องจักรในไร่นา ผู้ประกอบการขนส่งต้องคำนวณทุกกิโลเมตรอย่างระมัดระวัง เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอาจหมายถึงกำไรที่หายไป หรือแม้แต่การหยุดกิจการชั่วคราว

ในฉากเดียวกันนั้นเอง “เฮียซุป” นายสุภชัย ปิติวุฒิ ผู้บริหารปั๊ม ปตท.ฮั้วเฮงหลี ปิโตรเลียม กับเลือกตอบสนองต่อวิกฤตนี้ด้วยวิธีที่เรียบง่ายที่สุด เขานำน้ำเต้าหู้ร้อน ๆ จากถั่วเหลืองที่ปลูกเองในแปลงสาธิต มาต้มแจกให้กับผู้ที่ยืนรอคิว โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
น้ำเต้าหู้หนึ่งแก้ว อาจไม่สามารถแก้ปัญหาพลังงานของประเทศได้ แต่ในเช้ามืดที่อากาศยังเย็นและความเหนื่อยล้ากำลังก่อตัว มันคือ “พลังใจ” ที่ช่วยประคองผู้คนให้ยืนอยู่ในแถวยาวนั้นได้ต่อไป
ภาพรถที่จอดเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ สะท้อนถึงความอดทนและวินัยของประชาชน ขณะที่ภาพของการแบ่งปันเล็ก ๆ กลับยิ่งขยายให้เห็น “ช่องว่างขนาดใหญ่” ของระบบพลังงาน ที่ยังไม่สามารถรองรับความต้องการขั้นพื้นฐานของผู้คนได้อย่างเพียงพอ


วิกฤตครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของน้ำมันขาดแคลน แต่คือบททดสอบของโครงสร้างการจัดการทรัพยากร และความสามารถในการดูแลประชาชนในยามจำเป็น
และท่ามกลางคำถามใหญ่ระดับนโยบาย คำตอบเล็ก ๆ จากปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในกำแพงเพชร กลับชัดเจนว่า
“ในวันที่ระบบยังไปไม่ถึง…น้ำใจของคน อาจไปถึงก่อนเสมอ”





