ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน ยกฟ้องคดีสรรหาอธิการบดี
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืน ยกฟ้องคดีสรรหาอธิการบดี
เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ศาลปกครองพิษณุโลกได้อ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด (อุทธรณ์)
คดีหมายเลขแดงที่ อ.1274/2566 กรณีมีการฟ้องว่าการสรรหาและคัดเลือกอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยสรุปเป็น 2 ประเด็นสำคัญ ดังนี้
ประเด็นที่ 1
การคัดเลือกอธิการบดีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
กรณีสภามหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรมีมติในการประชุมครั้งที่ 9/2565 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2565
ระเบียบวาระที่ 5.1 คัดเลือก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรียานุช พรหมภาสิต เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า
กระบวนการสรรหาและคัดเลือกของ คณะกรรมการสรรหาอธิการบดี และ สภามหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
เป็นไปโดย ชอบด้วยกฎหมาย
เนื่องจากก่อนการลงคะแนนลับ สภามหาวิทยาลัยได้เปิดโอกาสให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 3 คน
แสดงวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัย คนละ 20 นาที
และตอบคำถามจากกรรมการ คนละไม่เกิน 30 นาที
จึงเห็นได้ว่า การพิจารณามิได้อาศัยเพียงบันทึกข้อความของคณะกรรมการสรรหาเพียงหน้าเดียว
และไม่ปรากฏว่ากรรมการสภามหาวิทยาลัยใช้ดุลพินิจโดยมิชอบแต่อย่างใด
ดังนั้น มติคัดเลือก ผศ.ดร.ปรียานุช พรหมภาสิต เป็นอธิการบดี
จึงเป็นการกระทำที่ ชอบด้วยกฎหมาย
ประเด็นที่ 2
การแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
กรณีมติสภามหาวิทยาลัย ในการประชุมครั้งที่ 9/2564 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2565
ระเบียบวาระที่ 5.2 แต่งตั้ง ผศ.ดร.ปรียานุช พรหมภาสิต
เป็นผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า
สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจตาม มาตรา 33 วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547
ในการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีได้
มติดังกล่าวเป็นเพียง มาตรการภายในของฝ่ายปกครอง
ซึ่งไม่กระทบต่อสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดี
จึงถือว่าผู้ฟ้องคดี ไม่มีอำนาจฟ้อง
อีกทั้ง การที่ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีดำรงตำแหน่งเกิน 180 วัน
สามารถกระทำได้โดยไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งใหม่
จนกว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดีคนใหม่
ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
สรุปคำพิพากษา
ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องกับคำพิพากษาศาลปกครองพิษณุโลก
มีคำพิพากษา ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และยกฟ้องคดี


